“เจ้าชายอีซอก” รัชทายาทไร้บัลลังก์

33

เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อมีการเปิดตัว “เจ้าชายอีซอก” ในฐานะองค์รัชทายาทที่เหลืออยู่องค์สุดท้ายของราชวงศ์โชซอนแห่งเกาหลี ซึ่งล่มสลายไปตั้งแต่ปี 1910 ด้วยน้ำมือของญี่ปุ่น ที่เข้ายึดครองคาบสมุทรเกาหลี และล้มล้างสถาบันจนสิ้นซาก โดยผนวกเกาหลีเป็นมณฑลหนึ่งของญี่ปุ่น และกวาดต้อนเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดไปเป็นตัวประกัน เพื่อมิให้หวนคืนสู่อำนาจได้อีก ปิดฉากระบอบกษัตริย์อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เหลือไว้แต่ตำนานให้เล่าขานตามซีรีส์เกาหลี

ก็เพราะเชื้อพระวงศ์เกาหลีถูกยึดวังริบทรัพย์สมบัติไปจนหมดเกลี้ยง ชีวิตความเป็นอยู่ของ “เจ้าชายอีซอก” หรือที่สื่อเรียกขานว่า “คิงอีซอก” จึงค่อนข้างลำเค็ญต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักร้อง แม้ภายหลังจะเป็นที่รู้จักในฐานะจักรพรรดิเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับในรัฐธรรมนูญใหม่ของเกาหลีอยู่ดี มีเพียงเทศบาลเมืองจอนจู ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของราชวงศ์โชซอน ที่คอยให้การโอบอุ้มอุปถัมภ์ โดยยกสถานะให้เป็นเสมือนทูตส่งเสริมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเมืองโบราณ

ย้อนกลับไปในอดีต ราชวงศ์โชซอนได้วางรากฐานการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไว้อย่างมั่นคง ส่งเสริมปรัชญาของลัทธิขงจื๊อ สร้างความรุ่งเรืองและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เกาหลีอย่างมาก แต่จากบันทึกประวัติศาสตร์ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้อาณาจักรโชซอนเสื่อมถอยลง และตกเป็นเบี้ยล่างต่างชาติ เป็นเพราะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในราชสำนัก และชักศึกเข้าบ้านแย่งชิงอำนาจกันเอง

พูดถึง “เจ้าชายอีซอก” สืบทอดเชื้อสายตรงจากราชวงศ์โชซอนจริงๆ โดยเป็นโอรสองค์ที่ 10 ของ “เจ้าชายอีคัง” ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 5 ในสมเด็จพระจักรพรรดิโกจง และยังเป็นพระอนุชาแท้ๆของ “สมเด็จพระจักรพรรดิซุนจง” จักรพรรดิองค์สุดท้ายผู้อาภัพแห่งราชอาณาจักรโชซอน

ด้วยความที่ “เจ้าชายอีคัง” มีพระชายาและพระสนมเยอะ จึงปั๊มทายาทไว้ทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจาก “คิงอีซอก” แล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวจากพี่สาวต่างมารดา “เจ้าหญิงอีแฮวอน” ออกมาสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดินีองค์ใหม่ของจักรวรรดิเกาหลีแบบไม่ปรึกษาใคร หลังการเสียชีวิตของ “เจ้าชายอีคู” โอรสสายตรงของ “เจ้าชายอีอุน” มกุฎราชกุมารองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โชซอน เมื่อปี 2005 ซึ่งไม่มีทายาทสืบสายเลือด โดยเจ้าหญิง วัย 88 ปี อ้างสิทธิ์ความเป็นทายาทองค์โตสุดของ “เจ้าชายอีคัง” และประกาศว่า จะฟื้นฟูจารีตของราชวงศ์อีกครั้ง อย่างไรก็ดี ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากรอบทิศ ทำให้การสถาปนาตัวเองของเจ้าหญิงเป็นโมฆะ

ถึงจะถูกเรียกขานจากสื่อต่างประเทศว่า “คิงอีซอก” แต่สถานภาพที่แท้จริงของรัชทายาทองค์สุดท้ายแห่งโชซอนยังน่าเคลือบแคลงใจ เนื่องจากฝ่ายสมาคมราชสกุลเกาหลีประกาศให้ “เจ้าชายอีวอน” ทายาทองค์โตของพระโอรสองค์ที่ 9 ของ “เจ้าชายอีคัง” เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งแทน แต่ “คิงอีซอก” ไม่ยอมรับคำตัดสิน และเคลื่อนไหวทุกทางเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยอ้างว่ามารดาของ “เจ้าชายอีคู” ผู้ล่วงลับ ได้ระบุในพินัยกรรมว่าจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็ลุกขึ้นก่อตั้งมูลนิธิฟื้นฟูราชวงศ์เกาหลีในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของเกาหลีให้ขจรขจายไปทั่วโลก เรียกว่าเดินเกมสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ โดยอาศัยประสบการณ์ตอนลี้ภัยการเมืองมาอยู่อเมริกา

ท่ามกลางความสับสนว่าตกลงใครคือรัชทายาทองค์ปัจจุบันของราชวงศ์โชซอนในยุคหลังล่มสลาย เมื่อ 2 ปีก่อน “คิงอีซอก” เพิ่มความวุ่นวายยกกำลังสอง ด้วยการใช้ดาบประจำตระกูลแต่งตั้ง “แอนดรูว์ ลี” หนุ่มอเมริกันเชื้อสายเกาหลี วัย 34 ปี เจ้าของธุรกิจให้บริการเครือข่าย VPN ระดับท็อปของอเมริกา “Private Internet Access” เป็นรัชทายาทองค์ใหม่ โดยพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในลอสแอนเจลิส พ่อหนุ่มไฮเทคคนนี้เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นญาติกับ “เจ้าชายอีซอก” เมื่อ 5 ปีก่อน คุยกันถูกชะตามาก ถึงขั้นที่ “เจ้าชายอีซอก” วัยเฉียด 80 ตัดสินใจแต่งตั้งให้ “แอนดรูว์ ลี” เป็นองค์รัชทายาทสืบทอดตำแหน่งต่อไป เนื่องจากเจ้าชายมีแต่ทายาทผู้หญิง งานนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐจากเมืองจอนจู และสมาชิกสภาเมืองลอสแอนเจลิส มาร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมหน้า

“องค์รัชทายาทสายแร็ป” ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงใครจะบอกว่าการเป็นเจ้าชายมันเจ๋งมาก แต่สำหรับเขาแล้วชอบชีวิตสบายๆเหมือนเดิมมากกว่า เขาโตมาแบบอเมริกัน เคยไปเยี่ยมบ้านเกิดพ่อแม่ไม่กี่ครั้ง กระนั้น ตั้งใจว่าจะต้องหาโอกาสกลับไปเยือนเมืองจอนจูบ่อยๆ เพื่อตามหารากเหง้าแท้จริงของตัวเอง.

ติดตามเราได้ที่ช่องยูทูป