ออกหมายจับ ป่าไม้หึงโหด ยิง 4 พี่น้อง ดับ 1 เจ็บ 3 โดน 4 ข้อหา

47

ครอบครัวสุดเศร้า รับศพสาว เหยื่อป่าไม้คลั่ง ยิง 4 พี่น้อง พ่อรับไม่ได้-จิตใจแย่มาก เสียลูก 1 เจ็บสาหัส 1 ด้านตำรวจเผยออกหมายจับแล้ว ตั้ง 4 ข้อหา ส่งชุดสืบแกะรอยคนร้าย จี้มอบตัว

จากเหตุการณ์ที่ นายศักดา อินปิ่นปัก พนักงานหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บุกยิงอดีตภรรยาคาร้านขายหม่าล่า บาร์บีคิว ภายหลังเข้าไปขอเคลียร์ปัญหา แต่ตกลงกันไม่ได้ พร้อมอ้างฝ่ายหญิงมีชู้ จึงลั่นไก โดยมีน้องสาวน้องชาย 3 คน เข้าไปช่วยพี่สาว ถูกยิงเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 3 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

วันที่ 22 ก.ค. นายสมควร ศรีจตุรพร อายุ 57 ปี บิดา ได้รับศพ น.ส.แสงเดือน ศรีจตุรพร อายุ 28 ผู้เสียชีวิต มาบำเพ็ญกุศลที่วัดท่ากระท้อน อ.เขาสมิง จ.ตราด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติและเพื่อนสนิทจำนวนมากเดินมารดน้ำศพ ส่วน น.ส.แสงจันทร์ ศรีจตุรพร พี่สาวผู้ตายและเป็นอดีตภรรยาผู้ก่อเหตุ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกยิงเข้าที่ท้องและต้นขา ขณะนี้อาการยังน่าเป็นห่วง จึงนำตัวส่งไปรักษาต่อที่ รพ.จุฬาฯ ที่ กทม. ส่วน น.ส.ณัฐกมล สุเมธวัน และนายสุทธิภัทร สมสิทา ผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตราด

โดย นายสมควร ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ครอบครัวมีอาชีพรับจ้าง ตนมีลูกสาว 2 คน คือ น.ส.แสงจันทร์ และ น.ส.แสงเดือน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 รายนั้น เป็นลูกคนละพ่อ ซึ่งลูกทั้ง 2 คนเป็นคนขยัน น.ส.แสงเดือน คนตายทำอาชีพขายหม่าล่ากับน้องๆ อีก 2 คน ส่วน น.ส.แสงจันทร์ คนบาดเจ็บทำงานอยู่คลินิกแห่งหนึ่ง แต่ช่วงตกงานช่วงโควิดฯระบาด จึงมาช่วยน้องขายหม่าล่า แต่ละวันจะขายได้ 500-800 บาท ซึ่งก็ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว เลี้ยงน้องเลี้ยงแม่ ส่วนเรื่องปัญหาที่ลูกสาวและผู้ก่อเหตุทะเลาะกันนั้น ตนไม่รู้เรื่องเลย และไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เพราะต้องรักษาตัวและเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวทั้ง 2 คน ซึ่งตอนนี้ตนสภาพจิตใจย่ำแย่มาก ยังรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ลูกคนหนึ่งก็เสียชีวิต อีกคนก็อาการสาหัส อยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว 

ด้าน พ.ต.ท.วิเชียร ปั้นสุข รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เขาสมิง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในทางสืบสวนว่า ตอนนี้ตำรวจได้ออกหมายจับ นายศักดา อินปิ่นปัก ผู้ก่อเหตุแล้ว พร้อมตั้ง 4 ข้อหา คือ “1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 3.พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 4.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อคืนที่ผ่านมาพ่อนายศักดา ผู้ก่อเหตุได้นำเอกสารการครอบครองอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้กับตำรวจ เพื่อตรวจสอบแล้วหลังจากที่ทราบข่าว ซึ่งพบว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นปืนของพ่อนายศักดา ซึ่งนายศักดาแอบขโมยมาก่อเหตุ เบื้องต้นตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อติดตามแกะรอยจับตัวนายศักดาให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมฝากไปถึงคนร้ายให้มามอบตัว พร้อมจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ติดตามเราได้ที่ช่องยูทูป