ขยับช้าไป

85

รัฐบาลคลอดมาตรการฉุกเฉินชุดใหญ่ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ลุกลามบานปลาย

โดยใช้บังคับเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 31 มีนาคม เป็นเวลา 14 วัน

สั่งปิดโรงเรียน ปิดมหาวิทยาลัย ปิดโรงเรียนกวดวิชา ปิดสถานบริการ สถานบันเทิง ร้านอาบอบนวด ร้านนวดแผนไทย โรงภาพยนตร์ ไนต์คลับผับบาร์ โรงนํ้าชา ร้านคาราโอเกะ ฯลฯ เพื่อตัดวงจรไม่ให้มีการชุมนุมสังสรรค์ดื่มกินแพร่ไวรัสติดต่อกันระเบิดเถิดเทิง

ส่วนสนามมวย สนามม้า สนามกีฬา รัฐบาลสั่งปิดไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

และให้งดจัดงานคอนเสิร์ต กิจกรรมประเพณีศาสนา 2 สัปดาห์

รัฐบาลยังขอความร่วมมือหน่วยราชการ และบริษัทเอกชน เหลื่อมเวลาทำงาน หรือให้ทำงานที่บ้านเพื่อผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสระหว่างเดินทางช่วงเช้าและช่วงเย็น

นี่คือมาตรการฉุกเฉินชุดใหญ่ ที่นายกฯลุงตู่งัดออกมาใช้ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม 14 วัน

มติ ครม.ยกเลิกวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 13 ถึง 15 เมษายน เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของคนที่อยู่ในเมืองหลวงหลายล้านคนจากกรุงเทพฯเอาไวรัสไปแพร่กระจายในพื้นที่ต่างๆ พร้อมกัน

“แม่ลูกจันทร์” มองว่ามาตรการฉุกเฉินสกัดการระบาดโรคไวรัสพันธุ์ใหม่ยังไม่ถึงขั้นเข้มข้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างที่หลายประเทศใช้กัน

ยังไม่ถึงขนาดประกาศปิดประเทศ ห้ามคนในออกห้ามคนนอกเข้า 100 เปอร์เซ็นต์

ไม่ถึงขนาดชัตดาวน์ ห้ามคนกรุงเทพฯ เดินทางไปต่างจังหวัด ห้ามคนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้าเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

ไม่ถึงขนาดประกาศเคอร์ฟิว ห้ามคนออกนอกบ้าน 24 ชั่วโมง

ยังเป็นมาตรการเริ่มจากเบาไปหาหนัก และหนักขึ้นตามความจำเป็น

เพราะ “นายกฯลุงตู่” เกรงว่าถ้าจัดหนักทันทีทันใดจะเกิดผลกระทบพี่น้องประชาชนรุนแรงเกินไป

รัฐบาลหวังว่าถ้ามาตรการฉุกเฉิน 14 วัน สามารถยับยั้งไวรัสแพร่ระบาดเห็นผลทันตา ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศมาตรการเพิ่มเติม

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินว่ามาตรการฉุกเฉินชุดใหญ่ 14 วัน น่าจะลดโอกาสการแพร่ระบาดได้ระดับหนึ่ง

แต่ไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ถ้าหากรัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการฉุกเฉินก่อนหน้านี้ซัก 1 เดือน อาจหยุดการแพร่เชื้อไวรัสได้ผลเป็นรูปธรรม

แต่ตอนนี้การแพร่ระบาดจากคนสู่คนมันขยายวงกว้าง จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นๆ
วันต่อวัน

ทำให้การสกัดการแพร่ระบาดทำได้ยากมากขึ้นเป็นทวีคูณ

พูดกันตรงๆ ถ้าหากช่วงแรกๆไม่เกิดปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ทุกอย่างจะง่ายกว่านี้อีกเท่าตัว

เพราะหน้ากากอนามัยสามารถตัดไฟแต่ต้นลมป้องกันไวรัสแพร่กระจายจากคนสู่คนอย่างสำคัญ

การรักษาระยะห่างจากคนอื่นไม่ต่ำกว่า 1 เมตรขึ้นไป ถือเป็นการป้องกัน 2 ชั้นตามมาตรฐานสากล

นี่คือหน้าที่ของประชาชนต้องป้องกันตัวเอง

ส่วนหน้าที่รัฐบาล

ต้องเตรียมหมอ พยาบาล เตรียมอุปกรณ์การแพทย์ เตรียมเตียงคนไข้ให้พร้อมรองรับผู้ป่วยโรคไวรัสโควิด-19 ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จะเพิ่มแค่ไหน…รออีก 14 วันมีคำตอบแน่นอน.

“แม่ลูกจันทร์”

ติดตามเราได้ที่ช่องยูทูป